บำบัดจิต พิชิต ความเศ้า อีกหนึ่งวิธีบรรเทาโรคซึมเศร้า

บำบัดจิต พิชิต ความเศ้า อีกหนึ่งวิธีบรรเทาโรคซึมเศร้า
กุมภาพันธ์ 25 15:04 2018

บำบัดจิต เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาโรคซึมเศร้าซึ่งถือเป็นอาการทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่พบได้มากที่สุด สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคนเรา เหมือนกับโรคทางกายภาพอื่น ๆ อาการป่วยนี้จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการทางกาย ทางใจ และความคิด ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้ส่งผลกระทบไปถึงการใช้ชีวิตในประจำวัน

อาการป่วยที่แสดงออกมาจะเป็นไปในลักษณะ เศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่าย ส่วนใหญ่มักเป็นมากกว่า 2 สัปดาห์ และส่งผลต่อการใช้ชีวิต เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ มีผลต่อการทำงานเพราะว่าไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ถ้ารุนแรงก็จะมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย หากมีอาการเข้าข่ายว่าเป็นโรคซึมเศร้าควรเข้ารับการรักษาแต่เนิ่น ๆ หากปล่อยทิ้งไว้พฤติกรรมคิดสั้นฆ่าตัวตายอาจจะส่งผลเสียถึงชีวิตได้

นายแพทย์ ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคจิตเวชที่พบบ่อยในประชากรวัยผู้ใหญ่ โรคซึมเศร้ากับการคิดมากมองผิวเผินอาจจะแยกออกจากกันได้ยาก เพราะโรคซึมเศร้าเกิดจากการสื่อประสาทในสมองเกิดความแปรปรวน ทำให้ระบบการคิดผิดปกติ เป็นสภาวะจิตที่ไม่สามารถคิดเป็นปกติที่จะทำให้ชีวิตและการทำงานดำเนินต่อไปได้

คุณหมอ ยงยุทธและทีมงานได้พัฒนาโปรแกรมสติบำบัด หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Mindfulness based therapy and counselling โดยผสมผสานการบำบัดโดยใช้จิตวิทยาแนวพุทธ และโปรแกรมสติบำบัดของต่างประเทศ โดยกรมสุขภาพจิตได้ริเริ่มนำโปรแกรมนี้ไปรักษากับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โปรแกรมสติบำบัดเป็นโปรแกรมแรกของไทยที่ทำเป็นระบบการรับรองด้วยการออกประกาศนียบัตร และขณะนี้มีผู้ที่ผ่านการรับรองเป็นผู้บำบัดอิสระ 20 คน

การรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ใช้กันทั่วไปคือ การรับประทานยา แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น ด้วยการนำเอาแนวการบำบัดทางความคิด พฤติกรรม และสติบำบัด เข้ามาใช้ในการรักษา การบำบัดทางวิธีคิดมี 2 แบบ คือ

1. การเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy:CBT) จะเน้นการให้คนไข้ได้มีโอกาสได้มองเห็นว่าความคิดด้านลบของตัวเองเป็นเพียงความเชื่อของตัวเองเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น เขาก็จะรู้ว่าตัวเองคิดผิด เมื่อความคิดดีขึ้น อารมณ์ก็จะดีขึ้น
2. สติบำบัด ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกันคือ ฝึกให้คนไข้มีสติมองเห็นความคิดของตัวเอง ซึ่งถ้าคล้อยตามการปรุงแต่งก็จะเกิดความหดหู่ ซึมเศร้า ดังนั้นถ้าฝึกดูสติ ดูจิตของตัวเองเป็นก็จะมีอารมณ์เป็นกลาง ปล่อยวางได้ อารมณ์ซึมเศร้าก็จะอยู่ในการควบคุมได้

ปัจจุบันการรักษาด้วยยาควบคู่กับจิตบำบัดเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่การดำเนินการรักษาต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลจิตเวช และโรงพยาบาลทั่วไปที่มีแผนกจิตเวชเท่านั้น ผู้ป่วยสามารถขอรับคำปรึกษาได้

อาการเจ็บป่วยทางใจเป็นเรื่องธรรมดาที่คนทุกคนมีโอกาสเป็นได้ โรคซึมเศร้าเองก็เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพียงแค่ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้าง หากมีคนรอบข้างมีอาการเข้าข่ายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าควรใส่ใจและรับฟังปัญหาจากบุคคลนั้นมากเป็นพิเศษ และสุดท้ายคอยให้คำแนะนำให้บุคคลที่มีปัญหาเข้ารับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดที่สุด

  Categories:
view more articles

About Article Author

write a comment

0 Comments

No Comments Yet!

You can be the one to start a conversation.

Add a Comment