5 วิธีแก้กรรม ลองทำดูให้ชีวิตดีขึ้น

5 วิธีแก้กรรม ลองทำดูให้ชีวิตดีขึ้น
มกราคม 03 11:16 2018

มีคนถามว่าแก้กรรมได้ไหม ความจริงก็คือ กรรมที่ทำไปแล้วในอดีต เราเปลี่ยนไม่ได้ แต่แก้ไขกรรมได้ แก้อย่างไร? เวลาเราทำบาปก็เหมือนเติมเกลือ ทำบุญเหมือนเติมน้ำ ถ้าน้ำน้อยเกลือมากมันก็เค็มจัด วิบากกรรมก็ส่งผลแรง แต่ถ้าเราเติมบุญ คือเติมน้ำลงไปให้เจือจาง ความเค็มก็น้อยลงทุกอย่างจะทุเลาเบาบาง หนักจะเป็นเบา เบาก็หายไปเลย เพราะฉะนั้นการแก้ไขวิบากกรรมในอดีตทำได้ด้วยการสร้างบุญนั่นเอง

  • ขอขมาพ่อแม่
  • พ่อแม่เป็นพระในบ้านที่เราควรเครารพบูชา การขอขมาพ่อนั้นเป็นสิ่งที่ดี ช่วยหนุนนำชีวิตเราให้เจริญรุ่งเรือง

  • ทำบุญด้วยไถ่ชีวิตสัตว์
  • ด้วยอานิสงส์ของการไถ่ชีวิตโคกระบือ จะทำให้เป็นผู้ที่มีอายุที่ยืนยาวปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เรื่องคับแค้นใจจะคลายและหายไปเป็นที่เคารพเมตตาทั้งสามโลกเพราะโค กระบือ เป็นสัตว์ใหญ่ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เช่นเดียวกับมนุษย์และอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ จึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างแม่ลูก เหมือนดั่งมนุษย์

  • เติมน้ำมันตระเกียง
  • ถวายน้ำมันตะเกียง หรือการทำบุญด้วยการเติมน้ำมันตะเกียง มีความเชื่อกันว่าจะช่วยให้ชีวิตของคุณ มีแสงสว่างในจิตใจและสติปัญญา ความคิด เมื่อชีวิตรุ่งโรจน์โชติช่วงก็ทำให้ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณมืดมิดลงก็มลายหายไป ฐานะทางการเงินดีขึ้น มีเงินใช้ไม่ขาดมือ

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันอีกว่า การที่เรา ถวายน้ำมันตะเกียง จะช่วยต่ออายุและดวงชะตาให้นานมากขึ้น ส่วนใครที่ยังไร้คู่ หัวใจแห้งเหี่ยว อยากหาคนมาดามหัวใจให้สดใสอีกครั้ง แม่หมอแนะนำให้ ถวายน้ำมันตะเกียง แบบเป็นคู่ อานิสงส์จากการทำบุญในครั้งนี้ จะช่วยให้คุณสมหวังกับความรัก

คำอธิษฐาเมื่อต้องเติมน้ำมันตะเกียง

ลูกขอเติมน้ำมันตะเกียง บูชาองค์เทพเทวา ลูกขอเติมน้ำมันตะเกียงส่องสว่างแด่องค์เทพเทวา  ลูกขอเติมน้ำมันตะเกียงส่องสว่างนำพาชีวิต  ลูกของเติมน้ำมันตะเกียงเพื่อเติมปัญญา เติมสมาธิ เติมบารมี เติมเงิน เติมทอง เติมโชค เติมลาภ เติมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

แผ่เมตตา

ในชีวิตหนึ่งของมนุษย์เรานั้น… สิ่งที่ทุกคนปรารถนาเป็นอย่างมากนั้นก็คือ “ความสุข” เพราะไม่ว่าเราจะกระทำสิ่งไหน สิ่งที่เราหวังให้เกิดขึ้นตามมานั้นก็คือความสุข ถึงแม้ว่าความสุขของคนเราจะมีหน้าตาและมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่า “ความสุข” จะมาในรูปแบบไหน เชื่อเลยค่ะว่าทุกคนต้องเต็มใจรับมันอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะค่ะ

และในฐานะพุทธศาสนิกชนมองความสุขว่า… เป็นการได้มาซึ่งความอิ่มเอมและสบายใจ และที่สำคัญความสุขของเรานั้นจะต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น แต่ทั้งนี้บางทีเราอาจจะเบียดเบียนผู้อื่นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือทำไปเพราะการไม่รู้ ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนให้ทุกคนมีจิตใจเมตตาต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนมนุษย์ ทั้งที่รู้จัก และไม่รู้จัก  สัตว์เดรัจฉาน ตลอดจนเทพเทวา เจ้ากรรมนายเวร เพื่อให้ทุกสรรพชีวิตมีความสุขเสมอกันด้วยการ “แผ่เมตตา” นั่นเอง

* บทแผ่เมตตาให้กับตัวเรา
* อะหัง สุขิโต โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข)
* อะหัง นิททุกโข โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์)
* อะหัง อะเวโร โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร)
* อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง)
* สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ (ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด)

บทแผ่เมตตาให้กับผู้อื่น

สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ นิททุกขา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิดฯ

สร้างความดี ด้วย คิดดี พูดดี ทำดี

การคิดดี พูดดี ทำดี นั้น ทำให้ชีวิต เรามีแต่ความสุขความเจริญ ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จเสมอ เป็นที่รักของคนทั่วไป ใครเห็นใครรักใคร่

  Categories:
view more articles

About Article Author

write a comment

0 Comments

No Comments Yet!

You can be the one to start a conversation.

Add a Comment